ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต วท.

โครงการเสริมสร้างความรู้ด้านการป้องกันและต่อต้านการทุจริต หัวข้อ “ผลประโยชน์ทับซ้อน...ซ่อนอยู่ใกล้ตัว!”

Print
Created on 13 June 2019 Hits: 1220

 infoCOI62

 

โครงการเสริมสร้างความรู้ด้านการป้องกันและต่อต้านการทุจริต

หัวข้อ ผลประโยชน์ทับซ้อน...ซ่อนอยู่ใกล้ตัว!

จัดโดย : ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.)

วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๒ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๔.๐๐ น.

ณ ห้องศูนย์ฝึกอบรมและเรียนรู้ ชั้น ๖ อาคารพระจอมเกล้า

สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

******************

 ๑. หลักการและเหตุผล

        การเปลี่ยนแปลงวิธีคิด (Paradigm Shift) หรือความสามารถในการการแยกแยะระหว่างประโยชน์ส่วนตนออกจากประโยชน์ส่วนรวม เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินงานด้านการต่อต้านการทุจริตเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้นกับทุกคนในสังคม ต้องมีความตระหนักได้ว่าการกระทำใดเป็นการล่วงล้ำสาธารณประโยชน์ การกระทำใดเป็นการกระทำที่อาจเกิดการทับซ้อนระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน และประโยชน์ส่วนรวม ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นอันดับแรกก่อนที่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้องการทุจริตในสังคมไทยระหว่างช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมาส่งผลเสียต่อประเทศอย่างมหาศาลและเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในทุกมิติรูปแบบการทุจริตจากเดิมที่เป็นการทุจริตทางตรงไม่ซับซ้อน อาทิ การรับสินบน การจัดซื้อจัดจ้างในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเป็นการทุจริตที่ซับซ้อนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การทุจริตโดยการทำลายระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน และการทุจริตเชิงนโยบาย

             ปัจจุบันสำนักงาน ป.ป.ช. ได้จัดทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาขึ้น และผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายและเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการผลักดันหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปสู่การปฏิบัติ สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ยุทธศาสตร์ที่ ๑ “สร้างสังคมไม่ทนต่อการทุจริต” หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาสร้างขึ้นโดยคณะอนุกรรมการจัดทำหลักสูตรหรือชุดการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริต ได้ร่วมกันสร้างหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti - Corruption Education) ประกอบด้วย ๕ หลักสูตร ดังนี้ ๑. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รายวิชาเพิ่มเติมการป้องกันการทุจริต) ๒. หลักสูตรอุดมศึกษา (วัยใส ใจสะอาด Youngster with good heart) ๓. หลักสูตรตามแนวทางรับราชการ กลุ่มทหารและตำรวจ ๔. หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต และ ๕. หลักสูตรโค้ชเพื่อการรู้คิดต้านทุจริต

             สำหรับหลักสูตรที่ ๔ หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ชุดวิชา ที่ ๑ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม เป็นชุดวิชาที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน โดยปรับเปลี่ยนระบบการคิดของคนในสังคมแยกแยะให้ได้ว่า "เรื่องใดเป็นประโยชน์ส่วนตน เรื่องใดเป็นประโยชน์ส่วนรวม" โดยนำวิธีคิดแบบฐาน ๑๐ (Analog thinking) และฐาน ๒ (Digital thinking) มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างยั่งยืน

             ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) จึงจัดโครงการเสริมสร้างความรู้ด้านการป้องกันและต่อต้านการทุจริต หัวข้อ “ผลประโยชน์ทับซ้อน...ซ่อนอยู่ใกล้ตัว!” โดยประยุกต์ใช้กระบวนการเรียนรู้จากหลักสูตรที่ ๔ หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ชุดวิชาที่ ๑ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม เพื่อให้บุคลากรของกระทรวงเกิดความตระหนัก ปรับทัศนคติ (Mindset) สร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต และร่วมต่อต้านการทุจริต โดยเริ่มจากเรื่องเล็กน้อยที่อยู่ใกล้ตัว จนสามารถปรับฐานความคิดการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวมได้อย่างเข้าใจ และนำไปปฏิบัติได้จริง

๒. วัตถุประสงค์

             ๒.๑ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม

             ๒.๒ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม

๓. ผู้รับผิดชอบ

              ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.)

๔. กลุ่มเป้าหมาย

              ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมจำนวน ๙๐ คน

๕. วิธีการดำเนินการ

             การบรรยาย โดยวิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ช. ในเนื้อหา ดังนี้

             ๕.๑ สาเหตุของการทุจริตฯ

             ๕.๒ ความหมาย รูปแบบ ของการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม

             ๕.๓ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขัดกันฯ

             ๕.๔ วิธีคิดแบบ Analog thinking (ฐาน ๑๐)/Digital thinking (ฐาน ๒)

             ๕.๕ บทบาทรัฐ/เจ้าหน้าที่ของรัฐ

             ๕.๖ กรณีตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน

๖. วัน เวลา และสถานที่

              วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๒ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๔.๐๐ น. ณ ห้องศูนย์ฝึกอบรมและเรียนรู้ ชั้น ๖ อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

๗. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

         ๗.๑ เกิดการปรับทัศนคติ (Mindset) สร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต ร่วมต่อต้านการทุจริต และปรับฐานความคิดการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม

              ๗.๒ เกิดความรู้ความเข้าใจในด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม

              ๗.๓ บุคลากรมีความเข้าใจบทบาทของรัฐ/เจ้าหน้าที่ของรัฐ เกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม

๘. การประเมินผล

              มีการประเมินผลของผู้เข้าร่วมโครงการฯ โดยมีตัวชี้วัดดังนี้

              ๘.๑ ร้อยละความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการที่มีต่อการจัดโครงการในภาพรวม (เป้าหมายร้อยละ ๘๐)

              ๘.๒ ร้อยละของผู้เข้าร่วมโครงการมีทัศนคติและค่านิยมที่ดี ไม่ยอมรับการทุจริต (เป้าหมายร้อยละ ๗๐)

              ๘.๓ ประเมินผลจากแบบทดสอบความรู้ก่อนอบรม (Pre-test) และหลังอบรม (Post-test) ที่มีความรู้ความเข้าใจผ่านเกณฑ์ที่กำหนด (เป้าหมายร้อยละ ๗๕)

 

- ดาวน์โหลด กำหนดการโครงการฯ ที่นี่

- ดาวน์โหลดรายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการเสริมสร้างความรู้ด้านการป้องกันและต่อต้านการทุจริต หัวข้อ "ผลประโยชน์ทับซ้อน...ซ่อนอยู่ใกล้ตัว!"

h